ด้วย ความที่ท่อไอเสียต้องประสบกับอุณหภูมิสูงๆ ของไอเสียที่ไหลมาจากพอร์ทไอเสียตลอดเวลา (ที่เครื่องยนต์ทำงาน) วัสดุที่ใช้ในการผลิตจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเป็นโลหะ ที่มีความสามารถในการทานทนต่อความร้อนสูงๆ ได้ดีกว่าและไม่ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงจนเกินไป ยางหิ้วท่อที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระหว่างตัวท่อกับแชสซีส์จึงต้องรับ บทหนักไม่น้อย เพราะไหนจะต้องหิ้วท่อหนักๆ แล้ว ยังต้องถูกความร้อนรบกวนโดยตลอด และด้วยความที่ยางหิ้วท่อเป็นชิ้นส่วนที่มีอายุการใช้งานค่อนข้างยาวนาน ทำให้หลายต่อหลายคนละเลยซึ่งชิ้นส่วนนี้ไปเลย บางทีกว่าจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อท่อไอเสียหลุดไปครูดพื้นแล้วก็มีครับ | |
|
| |
 |
| | การ ตรวจเช็คสภาพยางหิ้วท่อไอเสียแบบง่ายๆ นั้น สามารถที่จะทำได้เองโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใดๆ ทั้งสิ้น แต่ต้องทำในขณะที่ดับเครื่องมานานจนไม่มีความร้อนสะสมที่ตัวท่อแล้วนะครับ ขั้นตอนก็เพียงแค่ดันปลายท่อไปทางซ้ายหรือขวา ว่าชนกับขอบชนหลังหรือไม่ เพราะส่วนใหญ่ถ้ายางหิ้วท่อยังอยู่ในสภาพที่ดี มันจะรั้งปลายท่อเอาไว้ไม่ให้ขยับตัวมากเกินไป รวมไปถึงระยะห่างระหว่างปลายท่อกับขอบกันชนที่จะต้องไม่มีช่องว่างมากเกินไป เพราะถ้าห่างมากกว่าปกติ ก็มีสิทธิ์ที่ยางหิ้วท่อเริ่มเสื่อมสภาพแล้วล่ะครับ โดยเฉพาะกับยางที่ต้องหิ้วหม้อพักไอเสียที่มักจะไปก่อนเพื่อน อันเนื่องมาจากต้องแบกน้ำหนักมากกว่าชิ้นส่วนอื่นๆ นั่นเองครับ | |
|
| |
 |
| | จริงๆ แล้วการเปลี่ยนยางท่อไอเสียนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ เพียงแต่มันจะต้องอาศัยฮอยสท์เพื่อยกรถให้สูงขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การถอดและใส่ยางหิ้วท่อนั้นง่ายกว่านั่นเองครับ จริงๆ แล้วทำเองก็ได้ครับ แต่มันจะยุ่งยากตอนยกรถ, ซื้อ (ให้เหมือนของเดิม) และถอดยางหิ้วท่อเท่านั้นแหละครับ แต่ถ้าคิดว่านั่นไม่ใช่ปัญหาล่ะก็ ไปเตรียมยกรถขึ้นสามขาได้เลยครับ “นาย T” ต้องบอกไว้ก่อนเลยครับ ว่าจำนวนของยางหิ้วท่อของรถแต่ละรุ่นนั้นไม่เท่ากัน และรูปทรงของยางก็ไม่เหมือนกันด้วย เพราะฉะนั้นจะต้องเอาของเดิมเป็นหลักครับ และถ้าเป็นไปได้ก็ควรจะเปลี่ยนไปพร้อมๆ กันเลย เพราะถ้าชิ้นนึงเสื่อม ชิ้นที่เหลือก็คงตามไปในไม่ช้าแน่นอน | |
|
| |
 |
| | ถ้า อยากให้เหนื่อยน้อยลง ต้องพึ่งแม่แรงติดรถครับ ทั้งนี้ก็เอาไว้ยกหม้อพักในขณะประกอบยางหิ้วท่อชิ้นใหม่นั่นเองครับ หลังจากที่รอจนเครื่องเย็นสนิท, ยกรถขึ้นและรองด้วยสามขาจนมั่นใจว่ามั่นคงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็มุดเข้าไปดูยางหิ้ว | |
|
| | ท่อตัวต้นเหตุได้เลยล่ะครับ และก็ อย่างที่ “นาย T” บอกนั่นแหละครับ ว่าส่วนใหญ่ชิ้นที่มักจะไปก่อนเพื่อน ก็มักจะไม่พ้นตัวที่หิ้วหม้อพักไอเสีย ในการถอดจะต้องพึ่งแม่แรงอย่างที่ “นาย T” บอก โดยให้แม่แรงมารับ น้ำหนักแทนเรา โดยให้ยกหม้อพัก ขึ้นในระดับปกติ ซึ่งจะช่วยให้เรา ถอดยางหิ้วท่อได้ง่ายกว่า จากนั้นก็ ไปที่ร้านอะไหล่หรือศูนย์บริการได้ เลยครับ และไหนๆ ก็ลงทุนยกซะ ขนาดนั้นแล้ว มุดเข้าไปดูยางหิ้วท่อ |  |
|
| | ตัวอื่นๆ ซะทีเดียวก็จะดีครับ เพราะหากว่าตัวอื่นๆ มีอาการร่อแร่ ก็จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลายกขึ้นลงหลายๆ รอบ | |
|
| |
 |
 |
| | เมื่อ ได้ยางหิ้วท่อชิ้นใหม่แล้ว ก็สามารถใส่แทนของเดิมได้ทันที การใส่ก็ง่ายๆ ครับ (ตราบใดที่แม่แรงยังดันหม้อพักอยู่) คือ ให้คล้องจุดยึดที่แชสซีส์ก่อน แล้วค่อยคล้องกับตัวหม้อพักอีกที จากนั้นจึงค่อยปล่อยแม่แรงตัวที่ดันหม้อพักลง แล้ว | |
|
 | ลองเช็คการให้ตัวของหม้อพักดู ว่า กระชับหรือเหวี่ยงมาก -น้อยประการ ใด และถ้าอยากลดภาระหรือทำให้ ปลายท่อให้ตัวน้อยลงล่ะก็ “นาย T” มีทริ๊คเล็กๆ มานำเสนอครับ โดยใช้ เพียงแค่เคเบิ้ลไทพันรอบยางหิ้วท่อ (ที่เป็นผิวเรียบ) ซึ่งขนาดที่ใช้ก็ขึ้น อยู่กับความยาวของตัวยางหิ้วท่อนั่น แหละครับ แต่แนะนำว่าให้ยาวซัก 12 นิ้วก็จะดีกว่า เพราะเส้นใหญ่จะ รองรับน้ำหนักได้ดีกว่า โดยให้พัน รอบๆ ยางหิ้วท่อ ซักประมาณ 3-4 เส้นต่อยางหิ้วท่อ 1 ชิ้น ซึ่งนอกจาก | |
|
| | จะ ช่วยรับน้ำหนักแทนยางหิ้วท่อแล้ว เรายังสามารถกำหนดความห่างของปลายท่อกับขอบกันชนได้ด้วย หรือพูดง่ายๆ ว่าสามารถกำหนดให้รั้งกว่าเดิม (ห้อยน้อยลง) ได้ด้วย แต่ก็ต้องระวังไม่ให้ชิดกับขอบกันชนมากเกินไปด้วยนะครับ | |
|
| |
 |
| | ก็ อย่างที่ “นาย T” บอกนั่นแหละครับว่ายางหิ้วท่อนั้นเป็นชิ้นส่วนที่ใช้กันจนลืมไปเลย จนเราลืมไปว่านอกจากชิ้นส่วนที่เกี่ยวกับกับการขับเคลื่อนโดยตรงอย่างยาง, เบรคหรือของเหลวต่างๆ แล้ว ก็ยังมีเจ้ายางดำๆ นี้อีก (หลาย) ชิ้นที่เสื่อมสภาพตามกาลเวลาด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นอย่าลืมตรวจเช็คการให้ตัวของหม้อพักไอเสียด้วยนะครับ เพราะหากยางหิ้วท่อขาดเมื่อไหร่ล่ะก็ งานเข้าไม่ใช่น้อยเหมือนกันนะนั่น | |
|
 |
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น